โบ และทุกสิ่งที่มิอาจแบ่งแยก :

ความงามอันไม่จำกัดกรอบเกณฑ์ และมนุษย์ผ่านสายตาเทวทูต

ชัญญา ตันติศิริพันธุ์

 

 

 

          เบลล่า โบ และทุกสิ่งที่มิอาจแบ่งแยก (Beau is the non-binary of everything) เป็นนวนิยายขนาดสั้น แนวคลาสสิคโมเดิร์นจากนักเขียน เลดี้ส์ เลดี้ หรือ คุณลาดิด ซึ่งเป็นผลงานตีพิมพ์เรื่องแรกที่ปูทางให้คุณลาดิดริเริ่มยึดเอานักเขียนเป็นอาชีพหลักและเริ่มผลิตผลงานที่น่าสนใจเรื่องอื่น ๆ ออกมาอีกมากมาย เช่น คุณคริมสันส์นั้นสุขสบาย, คุณเคนต์และข้าพเจ้า, รวมเรื่องสั้น และผลงานเล่มล่าสุดอย่าง หากเล่าถึงออร์ลันโด

          สำหรับ โบ และทุกสิ่งที่มิอาจแบ่งแยก เป็นนวนิยายข้ามผ่านวัย (coming of age) ผสานกับแง่คิดปรัชญาที่ลึกซึ้งทว่าเข้าใจได้ง่ายดายเนื่องจากเป็นสิ่งรอบตัวที่เราอาจเผลอคิดไปว่ารู้จักมันดีแล้ว สิ่งเหล่านี้แทรกซึมอยู่ในเรื่องราวการพบพานจากลา ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ระหว่างตัวละครหลักทั้งสอง คือ เบลล่า โบ เทวทูตผู้มีปีกสีดำ และ ควอน โช เด็กสาวผู้หลงใหลในการวาดภาพและศิลปะ ทุกครั้งที่แยกจากกัน เบลล่า โบ ก็จะลบความทรงจำและเรื่องราวเกี่ยวกับตนเองออกไปจากควอน โช พร้อมทั้งภาวนาให้เมื่อพบกันในครั้งหน้า ควอน โช ของตนจะยังคงเป็น ควอน โช คนเดิมที่มองเห็นเทวทูตได้เหมือนเคย

 

สิ่งที่ไม่แม้ต้องแบ่งแยก

          “ผู้ชาย ผู้หญิง มนุษย์ชื่นชอบการสรรหาคำนิยามมาแบ่งแยกสิ่งต่าง ๆ และทุกครั้ง ทุกวาระ ทุกสมัย จะมีมนุษย์จำนวนหนึ่งหลุดจากขอบ พ้นจากกรอบคำนิยามแบ่งแยกเหล่านั้น”

          ผู้เขียนหยิบยกคำศัพท์ ‘นอน-ไบนารี (non-binary)’ มาใส่ไว้ตั้งแต่ในชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ซึ่งคำว่านอน-ไบนารี นี้แพร่หลายมากขึ้นเมื่อช่วงปีที่ผ่านมาหลังจากที่สังคมเริ่มตระหนักถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศมากขึ้น หลายคนอาจจะรู้จัก เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล ตามตัวอักษรย่อของ  LGBTQIAN+ แต่คงยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักตัว N ใน LGBTQIAN+ ซึ่งหมายถึง นอน-ไบนารี นั่นเอง คำนี้เป็นหนึ่งในเพศวิถีกรอบใหม่นอกเหนือจากกรอบชาย-หญิง เป็นคำนิยามตัวตนสำหรับบุคคลที่ไม่จัดตนเองอยู่ในกรอบของเพศใด  ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับตัวละครหลักอย่าง เบลล่า โบ เองที่มีลักษณะเป็น นอน ไบนารี ตามคำพูดที่ตัวละครได้แสดงทรรศนะของตนเองไว้ว่า “มนุษย์สร้างรั้ว สร้างกรอบ ที่คับแคบเกินไปสำหรับพรรคพวกของตน ซึ่งอันที่จริง…กรอบเหล่านั้นไม่ได้จำเป็นสักนิด ข้าพเจ้าคิดเช่นนั้น”

          เทวทูต ไม่ใช่ทั้งเทวดาและไม่ใช่ทั้งเทพธิดา อย่างใดอย่างหนึ่ง นับเป็นความหลักแหลมทางภาษาของผู้เขียนที่สรรคำสรรพนามเรียกแทนตัวเอกของเรื่องออกมาได้หมดจดงดงามโดยไม่ขาดตกใจความใดไป ซึ่งข้าพเจ้าเองเมื่อได้อ่านเข้าใจก็นึกชื่นชมอยู่ในใจว่าเหมาะสมมาก และจะเห็นได้ว่าผู้เขียนได้ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความหลากหลายลงในผลงานชิ้นนี้และชิ้นอื่นอีกหลายจุด

 

ลักษณะของเทวทูตที่ปรากฏ

          ทางด้านเนื้อหาเองก็เช่นกัน ความไม่อาจแบ่งแยก หรือความเป็น นอน-ไบนารี ของเบลล่า โบนั้นไม่ได้ยึดอยู่เพียงแค่ในกรอบเรื่องเพศหรือการแสดงออก แต่ทบไปถึงรูปลักษณ์ที่กล่าวซ้ำตลอดทั้งเรื่องว่างดงามไร้จุดด่างพร้อย งดงามจนไม่สามารถอธิบายได้ด้วยสิ่วและค้อนหากจะสร้างรูปสลักของเบลล่า โบ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผู้คนจะเห็น เบลล่า โบ เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการเห็น สิ่งที่พวกเขามองว่าสวยงาม ไม่ระคายสายตา แม้จะปราศจากการบรรยายถึงลักษณะใดของเทวทูตนอกเสียจากคำกล่าวที่ว่า “รูปงาม” และ “มีปีกสีดำ” ผู้เขียนกลับทำให้ผู้อ่านเชื่อได้หมดใจ ว่าเบลล่า โบ นั้นคือเทวทูตรูปงาม ซึ่งงามนี้ คืองามหมดจดด้วยอุดมคติของนักอ่านเอง

          ตลอดการดำเนินเรื่อง ระหว่างบทสนทนาของ ควอน โช และ เบลล่า โบ ตัวละครหลักทั้งสอง ช่องคำพูดของเทวทูตไม่เคยถูกครอบทับด้วยเครื่องหมายอัญประกาศเหมือนนวนิยายร่วมสมัยที่เห็นได้เกลื่อนกลาดในปีที่ผ่านมานี้ สิ่งนี้เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ที่ย้ำเตือนผู้อ่านว่าเทวทูตผู้นี้อยู่นอกเหนือกรอบสมุมติที่มนุษย์ขีดขึ้น และเป็นการใช้รูปแบบการจัดวางอักษรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          เมื่อเบลล่า โบ เป็นตัวตนที่อยู่นอกเหนือกรอบเกณฑ์ในการทำความเข้าใจของมนุษย์ จึงมี ควอน โช เป็นตัวละครที่ช่วยเติมเต็มมิติของเรื่องราว ด้วยการเป็น มนุษย์ ที่สมกับ มนุษย์ ที่สุด ในหัวข้อถัดไป

 

ความทรงจำที่จางหาย มนุษย์ตัวเล็กเติบโตเป็นจิตรกรสาว

          ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เบลล่า โบ ก็ยังคงเป็นเบลล่า โบ เสมอ และอาจเป็นเพราะตลอดกาลของมนุษย์ยืนยาวเพียงชั่วขณะหนึ่งงีบนอนของเทวทูตก็เป็นได้ ในครั้งต่อมาที่ทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง เบลล่า โบ ยังคงเป็นเทวทูตผู้บริสุทธิ์เหนือราคีเช่นเดิม ทว่า ควอนโช เด็กสาวที่เคยแย้มยิ้มอย่างไม่เดียงสาในวันเวลาเก่าก่อนไม่มีอีกแล้ว และขนมทุตตีฟรุตตีในกระเป๋าถูกแทนที่ด้วยเม็ดยาสีเขียวในขวดสีชา ควอนโชไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ เมื่อได้แผลตรงหัวเข่า แต่ในตอนนี้เธอกลับเลิกทำแบบนั้น แม้ภายนอกจะไร้บาดแผลใด ๆ แต่เธอกลับร้องไห้ ไม่ใช่ด้วยน้ำตา แต่ด้วยหัวใจที่เข็บปวดร้าวราน

          ตัวตนของเบลล่า โบ มีตลอดกาลอันยืนนานไม่รู้ที่สิ้นสุด เป็นพยานพบพานหลายสิ่งและประสบกับเรื่องราวหลายอย่างมากมาย ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้เทวทูตเข้าใจสิ่งมีชีวิตแสนซับซ้อนที่เรียกว่า มนุษย์ ได้ดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเปลี่ยนแปลงของมนุษย์เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น บางคนยังเหมือนเดิม บางคนเปลี่ยนไปสิ้นเชิง บางคนเมื่อเติบโตขึ้นก็มองไม่เห็นเทวทูตอีกแล้ว

          ตลอดทั้งเล่มจะเล่าเรื่องตามลำดับเวลาการพบกันครั้งสุดท้ายของเด็กสาวและเทวทูต ตัดสลับกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการพบกันครั้งก่อน ๆ ทำให้ยิ่งเห็นได้ชัดเจนถึงการเติบโตและความเป็นมนุษย์ของควอน โช เมื่อมองเธอ เราต่างเห็นชัดเจน ว่าการเติบโตขึ้นนั้นเจ็บปวดร้าวรานเพียงใด ผ่านสายตาที่ไม่ตัดสิน แต่เพียงตั้งคำถามอย่างไร้เดียงสาของเทวทูตเท่านั้น จุดนี้เป็นเหมือนกับการเปิดมุมมองใหม่ที่ไม่เคยตั้งคำถามมาก่อน ทั้งยังได้เรียนรู้ว่า เพราะเป็นมนุษย์จึงเจ็บปวด

 

สุนทรีย์ในการเสพเรื่องราว

          ข้าพเจ้าเห็นเบลล่า โบ และทุกสิ่งที่มิอาจแบ่งแยก ในฐานะนวนิยายเล่มที่หยิบอ่านซ้ำได้ไม่รู้กี่ครั้ง ด้วยสำนวนภาษาอันแยบคายล้ำลึก ทั้งในเรื่องยังมีการกล่าวสรรเสริญศิลปะ และเล่าถึงประวัติศาสตร์ทั้งชัยชนะและความเพลี่ยงพล้ำของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในความสนใจของผู้เขียนทั้งยังสอดคล้องกับภูมิหลังของตัวละครซึ่งประกอบอาชีพศิลปิน ทำให้เข้าถึงมิติของเรื่องราวได้มากขึ้น เข้าใจสิ่งที่ ควอน โช เห็นมากขึ้น เข้าใจศิลปินมนุษย์เจ้าของชีวิตแสนสั้นกุดที่หยิบสิ่วและค้อนขึ้นมาสรรค์สร้างความยืนยาว เพื่อที่หลังจากที่พวกตนได้จากโลกนี้ไปแล้วจะมีสิ่งที่ยังคงอยู่

           กล่าวสรุปได้ว่า โบ และทุกสิ่งที่มิอาจแบ่งแยก เป็นนวนิยายขนาดสั้นที่ติดตรึงใจ เป็นหนังสือที่มีความเป็นเรื่องราวและปรัชญาผสานกันอย่างพอดี อาจรู้สึกอบอุ่นหัวใจด้วยเรื่องราวระหว่างตัวละครหลัก และเมื่ออ่านจบก็อาจถูกชักชวนให้มองย้อนกลับมาดูเส้นทางการเติบโตที่ผ่านมาของตนเองว่ามีสิ่งใดที่ได้ทำหล่นหายไปบ้างหรือไม่ เราทุกคนในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเติบโตนั้นคงจะเข้าใจความเจ็บปวดของตัวละคร ควอน โช และอาจถึงขั้นเคยตกอยู่ในห้วงลำบากแบบเดียวกันเสียด้วยซ้ำ เรื่องราวของเทวทูตกับเด็กสาวและถ้อยคำที่กลั่นกรองมาอย่างดีโดยผู้เขียนนวนิยายเล่มนี้ มีความเห็นอกเห็นใจและช่วยปลอบประโลมมนุษย์ผู้เจ็บปวดจากการเติบโตได้อย่างดี

           “แด่การโอบกอดไขว่คว้า ในวันที่ข้าพเจ้าละทิ้ง”

 

อ้างอิง

         โบ และทุกสิ่งที่มิอาจแบ่งแยก (Beau Is Non-Binary of Everything) ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 (2564)

         โบ และทุกสิ่งที่มิอาจแบ่งแยก (Beau Is Non-Binary of Everything) ฉบับเว็บไซต์ เริ่มเผยแพร่ปี 2564 ผ่านเว็บไซต์ https://www.readawrite.com/

 

Visitors: 75,939